อารมณ์ค้างนะจะบอกให้

จิตใจผู้หญิงนั้นยากแท้หยั่งถึง ใครที่คิดว่าตัวเองเข้าใจผู้หญิงดีพอแล้วละก็ แสดงว่าคุณไม่ได้รู้จักพวกเธอเลย นาทีนี้เธออาจดูเป็นคนหัวอ่อน ว่านอนสอนง่าย แต่ในนาทีถัดมาเธออาจเปลี่ยนไปเป็นคนหัวดื้อ อารมณ์ร้าย ราวกับเป็นคนละคนก็เป็นได้ ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่กำลังเผชิญว่าส่งผลกระทบต่อจิตใจพวกเธอมากน้อยแค่ไหน อย่างเช่นเรื่องที่ผู้เขียนหยิบยกมาเล่าในวันนี้ ซึ่งเป็นเรื่องของคู่รักคู่หนึ่งที่ต้องเลิกกันเพราะอารมณ์แปรปรวนของฝ่ายหญิง
สองคนนี้เคยเป็นเพื่อนกันมาก่อน ต่อมาจึงได้เปลี่ยนสถานภาพมาเป็นแฟนกัน พฤติกรรมและลักษณะนิสัยที่แสดงออกมาจึงค่อนข้างตรงไปตรงมา ซึ่งฝ่ายชายก็ชอบที่แฟนเป็นแบบนี้จะได้คุยกันรู้เรื่อง แน่นอนว่าเมื่อสถานะเปลี่ยน ความสัมพันธ์ก็ต้องเปลี่ยนไปด้วย จากคนรู้ใจเลยกลายมาเป็นเพื่อนร่วมเตียงในบางโอกาส เวลาอยู่ไกลกันก็นอนคุยกันทางโทรศัพท์จนกว่าอีกฝ่ายจะหลับบ่อย ๆ กระทั่งคืนวันหนึ่ง ขณะที่กำลังคุยกันอยู่นั้น ฝ่ายหญิงก็ขอให้แฟนถ่ายภาพโป๊ของตัวเองส่งมาให้เพราะเธอกำลังเกิดอารมณ์ทางเพศ เลยจะอาศัยภาพของแฟนมาเป็นตัวกระตุ้น ซึ่งกรณีนี้หากฝ่ายชายยอมส่งมาให้เรื่องก็คงจะลงเอยด้วยดี แต่เขากลับเกิดอยากจะแกล้งแฟนเลยแสร้งทำเป็นอิดออด ว่ากลัวเธอเอารูปเขาไปแบล็คเมล์บ้างล่ะ ว่าเธอหื่นเกินไปบ้างล่ะ จนฝ่ายหญิงโมโหขึ้นมาจริง ๆ ถึงขั้นด่ากลับมาเป็นชุด ตัดพ้อต่อว่าว่าผู้ชายเห็นแก่ตัว นึกอยากนอนกับเธอเมื่อไหร่ก็มาหา แต่พอเธออยากบ้างกลับเล่นตัว จากนั้นก็บอกเลิกแล้วตัดขาดการติดต่อไปเลย เล่นเอาฝ่ายชายงงว่าอย่างนี้ก็ได้ด้วยเหรอ?
คนมันอารมณ์ค้างนะคุณ พาลได้หมดแหละ!

หรือรสนิยมจะเปลี่ยนเพราะอกหักซ้ำซาก

หัวใจคนเราจะรองรับความเจ็บช้ำจากความรักได้สักกี่หน? หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องพานพบกับความผิดหวังในรักครั้งแล้วครั้งเล่าจนแทบไม่อยากมีชีวิตอยู่ ต้องพบกับการหลอกลวงและทรยศหักหลังจากคนที่มอบหัวใจให้อย่างโหดร้ายมาตลอด คุณจะยังคงแสวงหาความรักมาเติมเต็มความว่างเปล่าของชีวิตอีกไหม?
ผู้เขียนมีเพื่อนหลายคนที่อกหักซ้ำซากจนเลิกคิดที่จะมองหาคู่รักต่างเพศ หันมาคว้าคนเพศเดียวกันมาดามหัวใจไปก็หลายราย ด้วยคิดว่าจะเข้าใจกันและกันได้ดีกว่า ซึ่งหลายคู่ก็สมหวัง ได้คนที่รักจริงตามปรารถนา แต่บางคนก็ยังต้องพบกับความผิดหวังเหมือนเดิมจนแทบละทางโลกแล้วหันหน้าเข้าหาวัดให้รู้แล้วรู้รอด คุณผู้อ่านบางท่านอาจจะถามว่า เป็นไปได้หรือที่การเบี่ยงเบนทางเพศของคนเราจะมีสาเหตุมาจากการอกหัก คำตอบก็คือใช่ค่ะ เพราะผู้เขียนเห็นมาหลายรายแล้ว ยิ่งสมัยนี้สังคมเปิดกว้างให้กับเพศที่สามมากขึ้นถึงขนาดสร้างหนังและละครที่มีคู่พระนางเป็นคู่รักร่วมเพศกันเลยทีเดียว แถมยังแสดงให้เห็นถึงข้อดีของการอนุรักษ์ป่าไม้อย่างนั้นอย่างนี้ เรียกว่านำเสนอแต่ในด้านดีจนคนดูเริ่มคล้อยตามไปด้วย จึงไม่แปลกที่คนกำลังหมดอาลัยตายอยากในชีวิตจะหันไปสนใจความแปลกใหม่ เผื่อว่าจะเป็นเส้นทางที่ใช่สำหรับพวกเขา แต่ถ้าลองแล้วมันทำใจลำบากก็หันกลับมาเดินทางเดิมเถอะ โลกใบนี้มีผู้คนมากมาย ต้องมีสักคนที่รักและรับตัวตนของคุณได้แหละน่า

อยู่ดี ๆ ก็กลายเป็นคนมีเขา

เคยได้ยินคำว่ารักแท้ระยะทางกันบ้างไหมคะ ผู้เขียนเห็นคนใกล้ตัวเลิกกันเพราะสาเหตุนี้กันมากมายทีเดียว ผู้ชายบางคนพอห่างแฟนเข้าหน่อยก็ทำตัวเป็นคนโสดและไปหลีสาวอื่นเสียเพลินจนลืมแฟน ส่วนสาว ๆ ที่ขาดการติดต่อกับคนรักไปนาน ๆ ก็มักจะเขวไปกับคนที่เอาใจใส่ใกล้ชิดในช่วงนั้น สุดท้ายต่างคนต่างก็ไปมีแฟนใหม่ ผู้เขียนว่าความรักแบบนี้มันเหมือนกับปั๊บปี้เลิฟมากกว่า คือเป็นรักแบบเด็ก ๆ ไม่ใช่รักแท้อะไร ไม่อย่างนั้นพวกเขาจะต้องมั่นคงกับคนรักมากกว่านี้ ว่าไหมคะ? วันนี้เลยขอหยิบยกเอาเรื่องราวของคู่รักที่แพ้ระยะทางคู่หนึ่งมาเล่าสู่กันอ่านค่ะ
ผู้ชายคนหนึ่งแต่งงานกับแฟนมาสามปี เมื่อเข้าปีที่สี่เขาบริษัทที่เขาทำงานได้เปิดสาขาใหม่ที่ภาคเหนือจึงส่งเขาไปประจำที่นั่นพร้อมข้อเสนอเลื่อนตำแหน่งและปรับเงินเดือนขึ้น เขาและภรรยาเห็นว่าเป็นโอกาสที่ดีเลยตกลงไป ทำให้คู่รักคู่นี้ต้องแยกจากกันเป็นครั้งแรกตั้งแต่ใช้ชีวิตร่วมกัน เพราะงานยังไม่ลงตัวฝ่ายชายเลยลงมาหาไม่ได้ ทำได้มากสุดคือไลน์คุยกันบ้าง วีดิโอคอลให้หายคิดถึงบ้าง เวลาผ่านไปหลายเดือน ในที่สุดเขาก็เคลียร์งานเรียบร้อยและรีบมาหาภรรยาโดยไม่บอกล่วงหน้า ปรากฏว่าเจอเจ้าหล่อนนอนอยู่กับชู้เข้าอย่างจัง แฟนเลยสารภาพว่าระหว่างที่เขาไม่อยู่ ผู้ชายคนนี้ก็เข้ามาดูแลเธอตลอดจนรักกัน เขาเลยไล่ให้เธอย้ายไปอยู่กับชู้รักของเธอเสียเลยพร้อมนัดวันหย่าในวันรุ่งขึ้น
คำโบราณยังว่า “สามวันจาก นารีเป็นอื่น” แล้วนี่ตั้งหลายเดือนจะเหลืออะไร?

ถูกหลอกให้หย่า

คนเราจะใช้ชีวิตร่วมกันได้อย่างมีความสุข นอกจากต้องมีความรักเป็นพื้นฐานแล้วยังต้องมีองค์ประกอบอื่นอีกหลายอย่าง หนึ่งในนั้นก็คือ “ความเชื่อใจ” น่าเสียดายที่มีคนคิดไม่ซื่อ หลอกเอาผลประโยชน์จากความเชื่อใจที่ผู้อื่นมีให้อย่างหน้าตาเฉย ราวกับว่าความรักที่ดูเหมือนว่าจะมาจากทั้งสองฝ่ายนั้น แท้จริงแล้วเป็นความรักเพียงข้างเดียว ในขณะที่อีกฝ่ายมุ่งหวังแต่กอบโกยผลประโยชน์ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
นั่งเขียนบทความนี้แล้วนึกถึงเรื่องของสามีภรรยาคู่หนึ่งขึ้นมาได้ คู่นี้เขารักกันมากนะคะ แต่งงานกันมาหลายปีแล้วแต่ไม่มีลูกด้วยกัน สามีให้ภรรยาทำหน้าที่แม่บ้านอย่างเดียวไม่ต้องตากแดดหน้าดำไปทำงานนอกบ้าน ครอบครัวมีความสุข สามีทั้งรักและเอาใจเมียทุกอย่าง อยากได้อะไรก็หามาประเคนให้หมด มีช่วงหนึ่งฝ่ายชายดูกลุ้มอกกลุ้มใจโดยไม่ทราบสาเหตุ ภรรยาก็ห่วงเลยเข้าไปสอบถามเลยรู้ว่าธุรกิจกำลังมีปัญหา อาจโดนฟ้องล้มละลายด้วย คุยกันไปคุยกันมาสามีก็เสนอให้หย่ากันแล้วเขาจะโอนทรัพย์สินไปให้ภรรยาดูแล หากปัญหาที่กลัวนั้นเกิดขึ้นมาจริง ๆ จะได้ไม่หมดตัว กฎหมายก็ทำอะไรผู้หญิงคนนี้ไม่ได้เพราะหย่ากับสามีไปแล้ว เกลี้ยกล่อมกันพักใหญ่ภรรยาก็ยอมเซ็นต์ใบหย่าให้ค่ะ แต่พอลงจากอำเภอเท่านั้นแหละ สามีเธอก็สวมบทผู้ร้ายทันที ไล่ให้เธอเก็บข้าวของออกจากบ้านภายในวันนั้นเลย มารู้ความจริงทีหลังว่าผู้ชายคนนี้ซุกกิ๊กไว้นานแล้ว แถมกำลังตั้งท้องด้วยเลยจะมอบตำแหน่งเมียที่ถูกต้องตามกฎหมายให้เป็นของรับขวัญ
ช่างทำกันได้ลงคอ?!

เมื่อถึงวันที่รักจืดจาง

ปีที่แล้วผู้เขียนได้รับเชิญให้ไปงานแต่งงานของเพื่อนสาวคนหนึ่ง เธอกับแฟนรักกันมาเกือบสิบปีตั้งแต่สมัยยังเรียนมัธยมปลาย พอเรียนจบต่างฝ่ายต่างก็แยกย้ายกันไปทำงานเก็บเงินทำให้ห่างกันไประยะหนึ่ง จนกระทั่งถึงวันที่พวกเขาพร้อมที่จะประกาศให้ทุกคนในสังคมได้รับรู้ เพื่อน ๆ จึงเฮกันไปร่วมแสดงความยินดีด้วยกันยกใหญ่ ใครจะไปคิดว่าไม่ทันถึงปีพวกเขากลับมาเลิกกันเสียอย่างนั้น
เมื่อบรรดาศิราณีจำเป็นอย่างพวกเราไปถามไถ่เรื่องราวจากเพื่อนสาวคนดังกล่าว ก็ได้ความว่าแฟนของเธอไปแอบชอบพนักงานสาวในที่ทำงานเดียวกันตั้งแต่ก่อนแต่งงานแล้ว แต่ด้วยความรู้สึกผิดที่คิดนอกใจแฟนเลยพยายามหักห้ามใจตัวเอง แต่ก็เหมือนกับว่าใจมันเขวไปแล้ว ทำยังไงก็ไม่อาจรักแฟนได้เหมือนเดิม ที่ไม่ยกเลิกงานแต่งเพราะกลัวแฟนและครอบครัวของเธอจะอับอายขายหน้า คิดเอาเองว่าอยู่ด้วยกันไป เดี๋ยวความรู้สึกดี ๆ ที่เคยมีให้กันก็กลับมาเอง แต่นี่ก็นานเกือบปีแล้วยังไม่มีวี่แววว่าจะเป็นอย่างที่คิด แถมยังเผลอไปมีอะไรกับผู้หญิงคนนั้นอีก สุดท้ายก็ได้แต่มาสารภาพกับภรรยาตามตรง เธอเลยตัดสินใจปลดปล่อยให้เขาเป็นอิสระ พวกเราได้ฟังแล้วก็ได้นั่งปลอบและให้กำลังใจเพื่อนในสิ่งที่เธอได้ตัดสินใจลงไป
ความรักนั้นเข้าใจยาก บทจะรักก็สุดแสนจะหวานชื่น บทจะจืดจางก็รวดเร็วเสียจนตั้งตัวไม่ติด ใครที่อยากให้รักอยู่กับคุณแบบยั่งยืนยาวนาน ก็อย่าลืมหมั่นเติมความหวานให้แก่กันและกันนะคะ

สันดานงูพิษ

โบราณว่าตีงูให้หลังหัก มันจะย้อนกลับมาแก้แค้น แต่กับคนพาลสันดานหยาบ ต่อให้ทำดีด้วยแค่ไหนก็ไม่สามารถเปลี่ยนให้พวกเขากลับมาเป็นคนดีได้ กระนั้นคนพาลที่แสดงท่าทางออกมาให้เห็นกันชัด ๆ ก็ยังดูมีภาษีดีกว่าคนที่ซ่อนความชั่วร้ายเอาไว้ภายใต้หน้ากากใสซื่อ ต่อหน้าเราก็มาทำดีด้วยสารพัด แต่พอลับหลังก็เอาเราไปพูดเสีย ๆ หาย ๆ จ้องจะแว้งกัดคนอื่นตลอดเวลา ใครที่มีคนข้างตัวทำพฤติกรรมแบบนี้ก็อยู่ให้ห่างเข้าไว้นะคะ อย่าไปสนิทสนมด้วยให้มากเพราะไม่รู้ว่าวันไหนจะหันมาแว้งกัดคนกันเอง
เห็นคนออกมาโพสระบายความรู้สึกบนเฟสบ่อย ๆ ถึงความร้ายกาจของคนโน้นคนนี้ มีกรณีหนึ่งที่ผู้หญิงเป็นฝ่ายออกมาโวยวายว่าถูกอดีตแฟนใส่ไฟให้กลายเป็นนางมารร้ายในสายตาเพื่อน ๆ พอดีช่วงนั้นกำลังว่าง ๆ ผู้เขียนเลยตามไปเผือกกับเขาด้วยระยะหนึ่ง ได้ความว่าตอนที่คนคู่นี้ยังอยู่ด้วยกัน ฝ่ายชายทำตัวดีมากจนเพื่อน ๆ อิจฉาเธอกันยกใหญ่ แต่พอนานวันเข้านายคนนี้ก็ลายออก มีกิ๊กไปทั่วจนเธอเหนื่อยที่จะตามไปวีนเลยขอเลิก เท่านั้นแหละ แฟนงูพิษคนนี้ก็เอาเรื่องของเธอไปเม้าท์กับกลุ่มเพื่อนของตัวเองว่าเลิกกันเพราะผู้หญิงสำส่อน ชอบสร้างหนี้ สารพัดพฤติกรรมที่เป็นของตัวเองโยนมาให้เธอรับหมดจนเพื่อนเขามองเธอไม่ดี ส่วนตัวเองก็รักษาภาพลักษณ์อันขาวสะอาดเอาไว้ได้
ถ้าเจอคนแบบนี้นะคุณ รีบกรวดน้ำคว่ำขันไปเลย เขาจะเอาเราไปพูดยังไงพยายามอย่าไปสนใจถ้ามันไม่ส่งกระทบกับการใช้ชีวิตของเรา เวรย่อมระงับด้วยจองเวร เอ๊ย ไม่จองเวร จำไว้นะคะ!

ไม่เลิกรักแต่ก็ไม่กลับไปเป็นเหมือนเดิม

วงจรความรักมีทั้งสุข เศร้า เหงา เลิก แต่ก็ไม่เห็นมีใครจะหยุดแสวงหาความรักเสียที โดยเฉพาะรักที่หมายครองชีวิตคู่ร่วมกันตราบฟ้าดินสลาย แต่ความรักดังกล่าวช่างหาได้ยากเย็นจนดูเหมือนเป็นสิ่งที่มีแต่ในนิยาย ยิ่งเดี๋ยวนี้ความอดทนของคนเราต่างก็ลดน้อยถอยลงทุกที พอมีเรื่องกระทบกระทั่งกันเข้าหน่อยก็สะบัดบ็อบแยกทางกันดื้อ ๆ แทนที่จะหันหน้าเข้าหากันเพื่อหาสาเหตุและร่วมกันแก้ไขเหมือนสมัยปู่ย่าตาทวดที่ครองรักกันยืนยาว
บางคนถูกคนรักทอดทิ้งแล้วยังทำใจเปิดรับคนใหม่ไม่ได้ แต่แล้วอยู่ดี ๆ คนที่เคยทอดทิ้งกันก็หวนกลับมาหา มาขอคืนดีด้วย ทำให้เกิดความรู้สึกลังเลสับสน วิ่งวุ่นไปปรึกษาคนโน้นคนนี้ไปหมด แน่นอนว่าหากวีรกรรมของอดีตคนรักไม่ร้ายแรงจนเกินไปนักก็อาจได้รับการให้อภัยและกลับมารักกันอีกได้ไม่ยาก แต่ถ้าเขาหรือเธอเคยโดนทรยศหรือทำร้ายอย่างเจ็บแสบ คงต้องยกประโยคสุดฮิตมาใช้ว่า “เจ็บแล้วคือคน เจ็บแล้วทนคือควาย” มาใช้กันแล้วละงานนี้
ทั้งนี้ คงต้องถามใจตัวเองดูอีกทีว่ายังรักคนคนนี้อยู่เปล่า มีไม่น้อยนะที่ยอมรับว่ายังรักอยู่ ยิ่งถ้าเป็นรักแรกด้วยละก็ ใช้เวลาตลอดชีวิตยังยากจะลืม แต่รักก็ส่วนรัก ถ้าจะให้หวนกลับไปเป็นเหมือนเดิมคงทำใจลำบาก เพราะความเชื่อใจมันไม่มีแล้ว มัวแต่กังวลว่าเมื่อไหร่จึงจะถูกทิ้งอีก ดังนั้น ไม่กลับไปเสียยังดีกว่า เป็นแค่เพื่อนร่วมโลกไปเถอะ