จำจากทั้งที่ยังรัก

คุณเคยรักใครมาก ๆ แต่จำต้องหันหลังให้ไหม? เมื่อก่อนผู้เขียนเคยคิดว่าคนที่รักกันจะต้องใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน แต่เมื่อโตขึ้น มีประสบการณ์มากขึ้นจึงได้เข้าใจ ว่าคนที่รักกันนั้นไม่จำเป็นต้องได้อยู่ด้วยกันเสมอไป เข้าใจว่าความรักมีหลายรูปแบบ ซึ่งมีวิถีทางแตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นการเสียสละ การต่อสู้เพื่อให้ได้มา หรือการครอบครองเป็นเจ้าของ ซึ่งก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียในตัวมันเอง ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคน
ยกตัวอย่างเช่น คนที่มีความรักอันเปี่ยมไปด้วยความปรารถนาดีต่อคนรัก มักตัดสินใจที่จะไม่รั้งให้เขาหรือเธออยู่ด้วยกันท่ามกลางเสียงคัดค้านรุนแรงของคนรอบข้าง เพราะรู้ว่าตราบใดที่ยังไม่ได้รับการยอมรับจากคนในครอบครัว ต่อให้ได้ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันก็ไม่มีความสุข คู่รักที่จำใจต้องพรากจากกันทั้งที่ยังรักนี้มักจากกันด้วยดี และยังคงรำลึกถึงอีกฝ่ายเสมอ โดยเฉพาะความทรงจำอันแสนหวานที่เคยมีร่วมกัน เมื่อมีโอกาสได้เจอกันก็ยังคงเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้ แต่ต้องระวังเรื่องการวางตัวให้มาก เพราะอาจทำให้คนข้างตัวในปัจจุบันเข้าใจผิดและเกิดการหึงหวงได้
ส่วนคนที่รักแบบต้องการครอบครองนั้น มักใช้เล่ห์เหลี่ยมทุกวิถีทางที่จะได้ครอบครองคนที่รักหรือถูกตาต้องใจ ไม่ว่าเขาหรือเธอจะมีคนรักหรือครอบครัวอยู่แล้วก็จะหาทางแยกออกจากกันให้ได้ ซึ่งคนที่จัดอยู่ในประเภทนี้มักมาในรูปแบบของมือที่สาม หรือตัวอิจฉาในละครหลังข่าวนั่นเอง
ไม่ว่าความรักของใครจะเป็นแบบไหนก็ขอให้รักอย่างมีสติ อะไรที่ไม่ใช่ของเราก็อย่าไปบังคับยื้อแย่งเอามา รู้จักปล่อยวางเสียบ้างชีวิตจึงจะเป็นสุข

เลิกโง่ไม่เลิกรัก

ผู้เขียนเคยทำหน้าที่ศิราณีให้กับเพื่อนชายหญิงมาหลายคน มีหลายครั้งที่ให้ขัดใจเป็นอย่างมากที่เพื่อนปิดหูปิดตาตัวเอง ให้อภัยคนทรยศรักที่กลับมาตามตื๊อขอคืนดีด้วย ไม่นานก็เจ็บกลับมาให้เพื่อนปลอบเพราะโดนแฟนหลอกซ้ำซาก แต่พอแฟนมาตามก็กลับไปกับเขาหน้าตาเฉย ก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะรักจึงยอมหรือหลงใหลแฟนจนกู่ไม่กลับกันแน่ หลังจากรัก ๆ เลิก ๆ มาหลายรอบ ในที่สุดเพื่อนก็ยอมตัดใจไม่กลับไปคืนดีด้วยอีก แต่ถ้าถามว่ายังรักแฟนคนนั้นอยู่ไหม เพื่อนตอบกลับมาโดยไม่หยุดคิดเลยว่า “รัก” พอถามอีกว่ารักแล้วทำไมไม่กลับไปหาแฟน คำตอบที่ได้ก็คือ “หายโง่แล้ว”
หลายคนคงเคยได้ยินและเชื่อว่า “รักคือการให้อภัย” แต่คงใช้ไม่ได้กับคนคิดไม่ซื่อ เพราะแม้จะได้รับโอกาสแก้ตัวหลายครั้งหลายหน ก็ยังทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะเชื่อว่าสุดท้ายแล้วก็ยังได้รับการให้อภัยจากคนที่รักพวกเขาสุดหัวใจ แต่อาจลืมคิดไปว่าความอดทนของคนเรานั้นไม่เท่ากัน มันมีวันสิ้นสุด และเมื่อความอดทนนั้นหมดไป โอกาสต่าง ๆ ที่เคยหยิบยื่นกับพวกเขาก็จะพลอยหมดไปด้วย อาจมีบางคนที่ยอมโง่ตลอดชีวิต เพื่อแลกกับการได้ใช้ชีวิตอยู่กับคนที่ตัวเองรักจนลืมรักตัวเอง แต่ก็มีบางคนอีกเช่นกัน ที่ถึงแม้จะยังรักมาก ก็ไม่ลืมที่จะรักตัวเองก่อน
หากรู้เต็มอกว่าใครคนนั้นไม่อาจกลับตัวได้แล้วยังดันทุรังหวนกลับไปหา ก็ตัวใครตัวมันก็แล้วกัน

ยิ้มสู้รับปัญหาชีวิต

ไม่มีใครไม่เคยพบเจอปัญหา อย่าไปคิดว่าที่คนอื่นเขายิ้มได้เพราะไม่ได้โชคร้ายแบบคุณ อย่าลืมว่าประชากรบนโลกใบนี้มีตั้งเท่าไหร่ เป็นไปไม่ได้ที่จะมีคุณคนเดียวที่ประสบเคราะห์กรรมในชีวิต ลองหันไปมองดูรอบตัวคุณสิ ว่าคนที่คุณว่ายิ้มอยู่นั่นน่ะเขายิ้มเพราะมีความสุขจริงหรือเปล่า บางคนอาจกำลังยิ้มให้กำลังใจตัวเอง บางคนอาจพยายามปิดบังปัญหาของตนเอาไว้เพราะไม่อยากให้เพื่อนกลุ้มไปด้วย บางคนอาจยิ้มรับปัญหาด้วยจิตใจของนักสู้ ในขณะที่บางคนก็ปิดหูปิดตาตัวเองหนีปัญหาไปเสียดื้อ อยู่ที่ว่าใครมีวิธีรับมืออย่างไรเท่านั้น
ผู้หญิงที่ถูกผู้ชายขอเลิก นอกจากความผิดหวังเสียใจแล้ว ยังอาจมีปัญหาอย่างอื่นตามมาอีกเป็นระลอกก็เป็นได้ เช่น ถ้าเธอมีความสัมพันธ์ฉันท์ชู้สาวกับแฟน เธออาจต้องรับมือกับการท้องไม่มีพ่อ ถ้าแฟนหรือสามีเล่นการพนัน สร้างหนี้สินเอาไว้มากมาย เธอก็อาจต้องร่วมชดใช้สิ่งที่เขาก่อเอาไว้ด้วย เมื่อมีความจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมาก ก็อาจเกิดปัญหาเรื่องหมุนเงินไม่ทัน ให้วิ่งวุ่นจนตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน็อต กระทั่งเกิดปัญหาทางสุขภาพตามมาอีกระลอก เห็นไหมว่าบทปัญหาจะมา มันก็ถาโถมเข้าใส่ยิ่งกว่าสึนามิ ถ้าคุณอ่อนแอเกินไปก็จะถูกกลืนหายจนไม่อาจลืมตาอ้าปากได้อีก แต่หากสามารถกัดฟันสู้และฟันฝ่าไปได้สำเร็จ คุณจะกลายเป็นอีกคนหนึ่งที่มีความเข้มแข็งกว่าเดิม
ฉะนั้นอย่าวิ่งหนีปัญหา จงตั้งรับให้เต็มที่ด้วยสติปัญญาและยิ้มสู้กับมัน ท่องเอาไว้ว่า ไม่มีปัญหาอะไรที่แก้ไม่ได้ สู้ ๆ ค่ะ

ขอเปลี่ยนสถานะจากแฟนเหลือแค่เพื่อน

คู่รักส่วนมากเมื่อเลิกรากันไปแล้วมักจะทนเห็นหน้าหรือพูดคุยกันตามปกติไม่ได้ โดยเฉพาะคู่ที่ถูกทรยศรักมักจะเก็บความแค้นเคืองเอาไว้ไม่มิด บ้างก็ตามไปราวีอดีตแฟนจนอยู่ไม่เป็นสุข บ้างก็หลบลี้หนีหน้าสุดชีวิตเพราะยังรักษาแผลใจไม่หาย ส่วนคู่ที่จบกันด้วยดีก็พยายามหลีกเลี่ยงการพูดคุยกันอย่างสนิทสนมเหมือนเก่า ซ้ำยังรักษาระยะห่างระหว่างกันอีกด้วย จะได้ไม่เผลอใจกลับไปรักคนในอดีตอีก เรียกได้ว่าเลิกกันแล้วก็ทางใครทางมัน กรวดน้ำคว่ำขันกันไปเลย
เคยอ่านเจอเรื่องราวความรักของผู้ชายคนหนึ่ง เขาอยู่กินกับแฟนอย่างเปิดเผยมาหลายปีโดยที่ยังไม่ได้เข้าพิธีแต่งงานกัน ช่วงหลังก่อนที่เกิดเรื่อง ฝ่ายหญิงก็ออกปากขอย้ายออกจากบ้าน โดยอ้างว่าที่ทำงานใหม่ของเธออยู่ไกลจากที่นี่ทำให้ต้องตื่นแต่เช้ามืดและใช้เวลาเดินทางนานกว่าเก่า เธอบอกว่ารู้สึกเหนื่อยมากเลยอยากย้ายไปอยู่ใกล้ที่ทำงาน จะได้ตัดปัญหาเรื่องการเดินทางออกไป พอห่างกันเรื่องบนเตียงก็พลอยไม่มีไปด้วยเพราะต่างคนต่างยุ่งอยู่กับงาน ไม่นานหลังจากนั้นเธอก็โทรมาขอเลิกเพราะมีคนใหม่แล้ว เล่นเอาผู้ชายคนนี้แทบเสียผู้เสียคนไปเลยเพราะรักแฟนมาก
เรื่องน่าจะจบลงตรงนี้ใช่ไหมคะ แต่ว่าหลังจากเลิกกันไปไม่กี่เดือน อดีตแฟนก็อุ้มท้องมาขอร้องให้เขาช่วยรับเป็นพ่อเด็กเพราะพ่อตัวจริงของลูกในท้องเธอชิ่งไปมีใหม่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเขาก็ปฏิเสธไป บอกว่าขอให้ช่วยเรื่องอื่นยังพอคุยกันได้ แต่ถ้าจะขอรีเทิร์นละก็เชิญออกนอกประตูเลยครับ

คิดน้อยไปหรือไม่ได้คิด

“มโนธรรม” เป็นเครื่องหมายที่แสดงออกซึ่งความดีงาม เป็นคุณธรรมที่มนุษย์ทุกคนควรมีไว้ประจำใจ เป็นสิ่งที่แยกคนดีออกจากคนชั่ว ผู้ที่มีมโนธรรมอยู่ในจิตใจมักประกอบแต่คุณงามความดีเสมอ ทำให้คนที่อยู่ใกล้ชิดพลอยมีจิตใจที่ดีตามไปด้วย แต่การทำดีนั้นควรต้องดูสถานการณ์ประกอบไปด้วย เพราะอาจถูกผู้ไม่หวังดีฉกฉวยโอกาสนี้ไว้เพื่อย้อนกลับไปทำร้ายคุณได้ เช่น การหยุดรถช่วยเหลือคนโบกรถตามข้างทาง นับเป็นการเสี่ยงเพราะอาจเจออาชญากรหรือนกต่อล่อลวงไปปล้นชิงทรัพย์และทำร้ายจนถึงแก่ชีวิตได้ตามที่เป็นข่าวอยู่บ่อย ๆ
มีคนมาโพสเรื่องราวของตัวเองบนเว็บบอร์ดชื่อดังแห่งหนึ่งว่า ถูกแฟนขอเลิกเพราะเขายื่นมือเข้าช่วยเหลือเพื่อนรุ่นพี่คนหนึ่ง เมื่อเข้าไปอ่านก็รู้สึกว่าสมควรแล้วที่แฟนของเขาจะโกรธ เพราะความช่วยเหลือที่ว่าก็คือการไปจดทะเบียนสมรสกับรุ่นพี่คนนั้น! เขายังบ่นอีกว่า ตอนที่รุ่นพี่โทรมาขอความช่วยเหลือเขาก็ถามแฟนแล้วว่าจะช่วยดีหรือเปล่า แฟนเขาก็บอกว่าแล้วแต่ ใครจะไปรู้ว่าเรื่องจะลงเอยแบบนี้?
ผู้เขียนวิเคราะห์สาเหตุที่เขาถูกบอกเลิกได้เลยว่า ผู้หญิงเขาโกรธและน้อยใจที่แฟนไม่นึกถึงความรู้สึกของเธอเลย คบกันมาตั้งนานแทนที่เขาจะขอเธอแต่งงาน ดันไปจดทะเบียนสมรสกับคนอื่นแถมลากเธอไปเป็นพยาน สถานะของเธอตอนนี้จึงกลายเป็นมือที่สาม ผู้หญิงที่ไหนจะรับได้ คนในสังคมจะมองเธอยังไง นี่เพราะฝ่ายชายคิดน้อยเกินไปเรื่องถึงได้ลงเอยแบบนี้ นี่ถ้าต่อไปรุ่นพี่คนนั้นไม่ยอมหย่าแถมจะมาทวงสิทธิ์ภรรยาตามกฎหมายอีกคงวุ่นน่าดู!

อกหักเพราะพี่น้องนอกสายเลือด

ชีวิตคู่เป็นเรื่องของคนเพียงสองคน แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่มีคนเข้ามาแทรกกลาง หรือที่เรียกกัน “มือที่สาม” ละก็ เรื่องราวก็จะทวีความยุ่งยากขึ้นมาทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มือที่สามที่เข้ามาในรูปแบบของ “ผู้หวังดี” หรือ “ที่ปรึกษาหัวใจ” ซึ่งมักไม่ใช่คนอื่นไกล หากแต่เป็นคนใกล้ตัว เช่น เพื่อน หรือคนรู้จักที่มีความสนิทสนมกันราวกับพี่น้องหรือญาติผู้ใหญ่ เพราะคุณมั่นใจไปแล้วว่าเขาเป็นคนที่หวังดีต่อคุณอย่างจริงใจ จึงมักไม่ระแวงเมื่อเขาเริ่มสุมไฟก่อควันใส่ชีวิตคู่ของคุณ จากนั้นก็อาศัยช่วงที่พวกคุณกำลังมีปัญหาแทรกตัวเข้ามามีบทบาท คอยยุแยงตะแคงรั่วจนความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับคู่รักร้าวฉานจนไม่อาจต่อติด จากนั้นก็รับบทบาทตาอยู่คว้าเอาพุงเพียว ๆ ไปกินอย่างสบายใจเฉิบ
ถ้าไม่อยากโดนผู้หวังดีเลื่อยขาเตียงละก็ ควรพูดคุยและตกลงกันเสียแต่เนิ่น ๆ ว่าเรื่องภายในครอบครัวขอให้เก็บเป็นเรื่องส่วนตัว หากมีเกิดปัญหาหรือความเข้าใจผิดอะไรขึ้นมาละก็ ขอให้ทำตัวหนักแน่นเข้าไว้ ให้มาเคลียร์กันตัวต่อตัว เหมือนคำโบราณที่ว่า “ไฟในอย่านำออก ไฟนอกอย่านำเข้า” คนที่ต่อหน้าดีกับเรา ลับหลังอาจไม่เป็นอย่างที่เขาแสดงออกมาก็ได้ ใครที่ชอบดูละครก็จำมุขที่บรรดามือที่สามชอบนำมาใช้เอาไว้บ้างนะคะ เพราะชีวิตจริงก็ไม่ต่างอะไรจากละครนักหรอก ไม่อย่างนั้นคนคงไม่ติดกันทั่วบ้านทั่วเมือง แถมยังอินไปด้วยจนบรรดานางอิจฉาไม่กล้าเดินตลาดในหน้าทุเรียนกันเลยทีเดียว

เป็นได้แค่แขกรับเชิญ

เมื่อคืน มีโอกาสได้ต้อนรับเพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอกันมานาน พอเห็นหน้าเลยอดที่จะแซวไม่ได้ว่าวันนี้แต่งหล่อเหลือเกิน มาแจกการ์ดแต่งงานหรือเปล่า แต่พอฟังคำตอบเพื่อนเท่านั้นแหละคุณเอ๋ย อาการจุกมันรื้นขึ้นมาเต็มอกทันทีเลย เพราะมันบอกว่าถูกหลอกให้มาร่วมงานแต่งงานของแฟนตัวเอง!
เพื่อนคนนี้ของผู้เขียนเป็นเด็กต่างจังหวัด พบรักกับสาวชาวกรุงตอนเรียนมหาวิทยาลัย รักกันจี๋จ๋าน่าอิจฉามาก ๆ ในสายตาเพื่อนร่วมกลุ่ม คิดว่าคู่นี้ไม่แคล้วต้องได้ลงเอยกันแน่ ๆ ถึงขนาดคิดล่วงหน้าเอาไว้เลยว่าจะทำอะไรมาเซอร์ไพรส์เพื่อนในวันแต่งงานดี พอเรียนจบเพื่อนก็ได้งานที่ต่างจังหวัด แต่ก็ไม่ขาดการติดต่อกับแฟน ยังวีดิโอคอลกันแทบทุกวัน เรียกว่าไม่ได้เห็นตัวก็ขอให้ได้หน้าว่างั้นเถอะ จนวันหนึ่งผู้หญิงก็โทรมาถามว่าสะดวกขึ้นมากรุงเทพช่วงไหน ที่บ้านเธอจะจัดงานแต่งงานอยากให้เขามาร่วมด้วย เพื่อนก็รีบเคลียร์งานมาตามคำขอของแฟนทันที แล้วก็พบว่าตัวเองกลายเป็นแขกรับเชิญในงานแต่งงานของคนรักที่เขาคงคิดไปเองฝ่ายเดียวว่ายังรักกันเหมือนเดิม ท่ามกลางความสงสารเห็นใจของครอบครัวฝ่ายหญิงที่สนิทสนมกันราวกับครอบครัวตัวเอง เพราะไม่มีใครรู้ว่างานแต่งนี้เจ้าบ่าวจะไม่ใช่เขา!
จริง ๆ ถ้าหมดรักกันแล้วก็น่าจะบอกกันตามตรงจริงไหมคะ ไม่พอใจเรื่องไหน โกรธกันเพราะอะไรก็ควรเคลียร์กันให้เรียบร้อย จะรักหรือจะเลิกก็ตกลงกันดี ๆ อย่างน้อยก็จากกันด้วยเข้าใจมากกว่ามาหยามน้ำหน้ากันแบบนี้ จริงไหมคะ

โดนบอกเลิกเพราะหมอดูบอกไม่ใช่เนื้อคู่

มนุษย์เรามักเชื่อในสิ่งที่เหนือธรรมชาติ ยากต่อการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะคนไทยเรานี่ยกให้เป็นฝีมือของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายไปเลย จะเป็นภูตผีหรือเทวดานางฟ้าก็แล้วแต่ เพียงแสดงอภินิหารให้ประจักษ์แก่สายตาแล้วละก็ เป็นต้องได้รับการกราบไหว้บูชาจากชาวบ้านจนมืดฟ้ามัวดิน ตามมาด้วยการขอโชคลาภ ขอเลขเด็ด ขอให้รักษาอาการเจ็บไข้ได้ป่วยกันให้วุ่นไปหมด จึงไม่แปลกที่จะมีคนหัวใสมากระทำการแสวงหาผลประโยชน์จากความเชื่อของคนมากมาย ซึ่งหนึ่งในอาชีพที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือ “หมอดู” ซึ่งก็มีทั้งผู้ที่สามารถทำนายทายทักได้จริง ๆ กับผู้ที่ใช้เล่ห์กระเท่ห์ประกอบคำทำนายให้ดูน่าเชื่อถือ
ผู้หญิงเป็นเพศที่ชอบการทำนายทายทักมากเป็นพิเศษ บางคนถึงขั้นเชื่ออย่างไร้ข้อสงสัย เชื่ออย่างไม่มีข้อแม้ หมอดูบอกให้ทำอะไรก็ทำตามอย่างว่าง่าย ถ้าไปเจอมิจฉาชีพเข้านี่คงไม่แคล้วหมดตัว เพื่อนคนหนึ่งของผู้เขียนเคยมีประสบการณ์ไม่ดีกับหมอดูคนหนึ่งที่บอกให้แฟนสาวของเขารีบเลิกกับเขาเสีย เพราะดวงไม่สมพงษ์กัน อยู่ด้วยกันแล้วจะโดนฉุดให้ตกต่ำจนถึงขั้นกัดก้อนเกลือกิน ทำนายเสีย ฝ่ายผู้หญิงก็เชื่อสนิทรีบมาบอกเลิกเขาแล้วก็ย้ายโรงเรียนหนีไปเลยเพราะหมอดูบอกให้อยู่ห่าง ๆ เข้าไว้ ยิ่งไกลเท่าไหร่ก็ยิ่งเป็นผลดีกับเธอมากเท่านั้น จนทุกวันนี้เพื่อนก็แต่งงานมีครอบครัวอบอุ่นไปแล้ว อดีตแฟนคนนั้นยังไม่เจอเนื้อคู่เลย!
ถ้าจะงมงายขนาดนี้ก็อยู่เป็นโสดไปแหละค่ะดีแล้ว สงสัยเนื้อคู่ของเธอยังไม่มาเกิดกระมัง!

รักของเธอคือการหลอกใช้

สังคมทุกวันนี้เต็มไปด้วยความหลอกลวง มีคนรู้จักเล่าให้ฟังว่าน้องชายเพื่อนไปซื้อคอนโดห้องนึงในราคาหลักล้าน แล้วโอนเป็นชื่อของแฟน นัยว่าเพื่อเป็นหลักประกันความรักของทั้งสองคน ครอบครัวฝ่ายหญิงจะได้เห็นความจริงใจของเขาไปในตัวด้วยว่าสามารถดูแลเธอได้ พอจัดการเรื่องเงินและเอกสารเรียบร้อยน้องชายเพื่อนก็โดนไล่ออกจากห้องโดยวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งที่มาพร้อมอาวุธครบมือ เล่นเอาหนีแทบไม่ทัน ซ้ำยังโดนแฟนตะโกนเยาะเย้ยตามหลังมาอีกว่าโง่ มารู้ทีหลังว่าหนึ่งในวัยรุ่นกลุ่มนั้นเป็นแฟนของเจ้าหล่อน และเป็นคนวางแผนให้ฝ่ายหญิงเป็นนางนกต่อ ตบทรัพย์จากผู้ชายอีกทีหนึ่ง น้องชายเพื่อนคนนี้เลยต้องทำงานใช้หนี้ที่กู้มาซื้อคอนโดจนหัวโตกันไป จะไปแจ้งความก็โดนเด็กกลุ่มนี้ตามข่มขู่จนแทบไม่กล้าออกจากบ้าน สุดท้ายก็ต้องจำใจยอมรับสภาพ
ความรักนั้น แท้จริงแล้วเป็นสิ่งสวยงาม แต่กลับมีบางคนฉกฉวยประโยชน์จากความรู้สึกดี ๆ ที่ผู้อื่นมอบให้อย่างหน้าไม่อาย หลอกลวง ข่มขู่เอาทรัพย์สินที่หามาได้อย่างยากลำบากของเหยื่อไปใช้อย่างฟุ้งเฟ้อ เปรียบเหมือนปลิงที่คอยสูบเลือดเหยื่อเป็นอาหาร พอหมดประโยชน์ก็หาเหตุตีจากไปเกาะเหยื่อรายใหม่ เหล่านี้ล้วนเป็นการกระทำที่ผิดศีลธรรมเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งคนที่ทำตัวดุจโจรนี้ก็มีทั้งหญิงและชายปะปนกันไป นับเป็นภัยอีกประการหนึ่งของคนบูชาความรัก ดังนั้นเวลาไปรักชอบใครก็อย่าไปหลงใหลกันจนหน้ามืดตามัวจนมองไม่เห็นเจตนาที่แท้จริงของเขาก็แล้วกัน

อกหักก็เศร้าได้แต่อย่าลืมรักตัวเองด้วย

คำกล่าวที่ว่า ความรักทำให้คนตาบอด ยังคงใช้ได้ทุกยุคทุกสมัย โดยเฉพาะคนที่รักแบบไม่ลืมหูลืมตาจนเรียกว่าเป็นความหลงก็ยังได้ เพราะจะมองเห็นคนรักสำคัญที่สุดในชีวิต สำคัญยิ่งกว่าตัวเอง สำคัญยิ่งกว่าคนในครอบครัว สำคัญยิ่งกว่าพ่อแม่ที่เลี้ยงดูตัวเองมาแต่อ้อนแต่ออก เมื่อต้องพบกับความผิดหวังจึงเกิดอาการรับไม่ได้ คลุ้มคลั่งฟูมฟาย ควบคุมตัวเองไม่อยู่ หนักเข้าก็ถึงกับฆ่าตัวตายประชดรักเสียเลย ซึ่งสุดท้ายคนที่เสียใจและร้องไห้ให้คุณก็คือคนที่มองข้ามนั่นแหละ ตัวต้นเหตุน่ะเขาไม่นั่งเสียใจกับคุณหรอก
มีการวิจัยออกมาว่า ลำพังการอกหักเพียงอย่างเดียวไม่สามารถทำให้คนคิดสั้นได้ ฆาตกรที่แท้จริงก็คือเจ้าตัวเองต่างหากที่สะกดจิตตัวเองให้รู้สึกเฮิร์ทหนักกว่าเดิมโดยไม่รู้ตัว ซึ่งการกระทำที่อยู่ในข่ายนี้ก็คือ การเก็บตัวอยู่คนเดียวแล้วคิดแต่เรื่องที่ทำให้เศร้าเสียใจทั้งวันทั้งคืน บ่มเพาะความโศกด้วยเพลงที่มีเนื้อหารันทดอย่างสุดซึ้ง พอจิตใจต้องตกอยู่ในสภาวะนี้นาน ๆ เข้าก็กลายเป็นโรคซึมเศร้า เกิดความหมดอาลัยตายอยากในชีวิต และลงเอยด้วยการทำร้ายตัวเองหรือฆ่าตัวตายในที่สุด
รู้อย่างนี้แล้วก็พยายามดึงคนที่กำลังตกอยู่ในสภาวะอกหักออกมาสู่โลกภายนอกกันด้วยนะคะ พาไปดูหนังฟังเพลงตลก ๆ หลีกเลี่ยงเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับชีวิตเขา พาไปทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกันในเชิงสร้างสรรค์ ให้เขาเปลี่ยนพลังในด้านลบนั้นไปในทางบวกเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของเขาเองค่ะ