เป็นได้แค่แขกรับเชิญ

เมื่อคืน มีโอกาสได้ต้อนรับเพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอกันมานาน พอเห็นหน้าเลยอดที่จะแซวไม่ได้ว่าวันนี้แต่งหล่อเหลือเกิน มาแจกการ์ดแต่งงานหรือเปล่า แต่พอฟังคำตอบเพื่อนเท่านั้นแหละคุณเอ๋ย อาการจุกมันรื้นขึ้นมาเต็มอกทันทีเลย เพราะมันบอกว่าถูกหลอกให้มาร่วมงานแต่งงานของแฟนตัวเอง!
เพื่อนคนนี้ของผู้เขียนเป็นเด็กต่างจังหวัด พบรักกับสาวชาวกรุงตอนเรียนมหาวิทยาลัย รักกันจี๋จ๋าน่าอิจฉามาก ๆ ในสายตาเพื่อนร่วมกลุ่ม คิดว่าคู่นี้ไม่แคล้วต้องได้ลงเอยกันแน่ ๆ ถึงขนาดคิดล่วงหน้าเอาไว้เลยว่าจะทำอะไรมาเซอร์ไพรส์เพื่อนในวันแต่งงานดี พอเรียนจบเพื่อนก็ได้งานที่ต่างจังหวัด แต่ก็ไม่ขาดการติดต่อกับแฟน ยังวีดิโอคอลกันแทบทุกวัน เรียกว่าไม่ได้เห็นตัวก็ขอให้ได้หน้าว่างั้นเถอะ จนวันหนึ่งผู้หญิงก็โทรมาถามว่าสะดวกขึ้นมากรุงเทพช่วงไหน ที่บ้านเธอจะจัดงานแต่งงานอยากให้เขามาร่วมด้วย เพื่อนก็รีบเคลียร์งานมาตามคำขอของแฟนทันที แล้วก็พบว่าตัวเองกลายเป็นแขกรับเชิญในงานแต่งงานของคนรักที่เขาคงคิดไปเองฝ่ายเดียวว่ายังรักกันเหมือนเดิม ท่ามกลางความสงสารเห็นใจของครอบครัวฝ่ายหญิงที่สนิทสนมกันราวกับครอบครัวตัวเอง เพราะไม่มีใครรู้ว่างานแต่งนี้เจ้าบ่าวจะไม่ใช่เขา!
จริง ๆ ถ้าหมดรักกันแล้วก็น่าจะบอกกันตามตรงจริงไหมคะ ไม่พอใจเรื่องไหน โกรธกันเพราะอะไรก็ควรเคลียร์กันให้เรียบร้อย จะรักหรือจะเลิกก็ตกลงกันดี ๆ อย่างน้อยก็จากกันด้วยเข้าใจมากกว่ามาหยามน้ำหน้ากันแบบนี้ จริงไหมคะ

Leave a Reply